การเพาะเห็ดฟางในโรงเรือน

เห็ดฟางเป็นพืชที่ปลูกหรือเพาะให้เก็บเกี่ยวได้โดยใช้ระยะเวลาสั้น คือใช้เวลาในการเพาะประมาณ 15-20 วัน ก็สามารถเก็บดอกเห็ดไปจำหน่ายได้ ดอกเห็ดฟางจำหน่ายได้ราคาดี ตลาดมีความต้องการมาก ทั้งในตลาดในประเทศและต่างประเทศ อาชีพการเพาะเห็ดฟางเป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้แก่ประเทศชาติ และเกษตรกรมากอย่างหนึ่ง

เห็ดฟาง เป็นพืชอาหารชนิดหนึ่งที่ชาวไทยนิยมรับประทานกันมากและทั่วไปเป็นพืชที่มีรสชาติดีแล้วยังมีคุณค่าทางอาหารสูง สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลายชนิด และมีคุณสมบัติทางยารักษาโรคบางอย่างได้ ผู้ที่รับประทานเห็ดฟางเป็นประจำ จะทำให้กรดไขมันในเส้นเลือดไม่สูงหรือต่ำเกินไป

คุณค่าทางอาหารของเห็ดฟาง เห็ดจะมีเกลือแร่โปรตีนสูงเมื่อเทียบกับผักชนิดต่าง ๆ โดยแบ่งเป็นการวิเคราะห์เห็ดฟางสดและเห็ดฟางแห้งดังนี้

คุณค่าทางอาหารที่วิเคราะห์ได้ในเห็ดฟางสด

ความชื้น

88.9

%
โปรตีน

3.4

%
ไขมัน

1.8

%
คาร์โบไฮเดรต

3.8

%
กาก 1.4 %
พลังงาน 44 แคลอรี่
แคลเซี่ยม 8 มิลลิกรัม
เหล็ก 1.1 มิลลิกรัม
วิตามินบี 1 0.16 มิลลิกรัม
วิตามินบี 2 0.25 มิลลิกรัม
วิตามินซี 2.00 มิลลิกรัม
ไนอาซีน 13.7 มิลลิกรัม

 

คุณค่าทางอาหารที่วิเคราะห์ได้ในเห็ดฟางแห้ง

โปรตีน 49.04 %
ไขมัน 20.60 %
คาร์โบไฮเดรต 17.03 %
เถ้า 13.30 %
พลังงาน 4,170 แคลอรี่
แคลเซี่ยม 2.35 % ของเถ้า
เหล็ก 0.99 % ของเถ้า
ฟอสฟอรัส 30.14 % ของเถ้า
มักนีเซียม 0.92 % ของเถ้า
โปรตัสเซียม 24.76 % ของเถ้า
อลูมิเนียม 4.47 % ของเถ้า
ซิลิกอน 15.23 % ของเถ้า
โซเดียม 15.37 % ของเถ้า
กำมะถัน 1.42 % ของเถ้า

หมายเหตุ ที่มา : หนังสือการเพาะเห็ดฟาง อาจารย์บุญส่ง วงศ์เกรียงไกร ชมรมนักเพาะเห็ด แห่งประเทศไทย